ตำแหน่ง กองกลาง, ปีก
วันเกิด 30 กรกฏาคม 1874
สถานที่เกิด แมนเชสเตอร์, อังกฤษ
ส่วนสูง 175
ทีมชาติ เวลส์

บิลลี่ เมเรดิธ นักฟุตบอลระดับตำนานคนแรกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาคือต้นฉบับปีกพ่อมดชาวเวลส์ที่เล่นให้กับทั้ง 2 ทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ เขาขึ้นชื่อกับสไตล์การเล่นอันแพรวพราวทางริมเส้น และเป็นนักเตะที่กวาดแชมป์หลายรายการตลอดอาชีพค้าแข้ง 30 ปีอันน่าจดจำของเขา

เมเรดิธเกิดที่เมืองเชิร์ก ประเทศเวลส์ ในปี 1874 เขาเริ่มต้นอาชีพกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 1894 พาทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ปี 1899 และ 1903 รวมถึงเอฟเอ คัพ ในปี 1904 อย่างไรก็ตามเขาก็ต้องหยุดเล่นไปช่วงหนึ่ง เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ารับเงิน 10 ปอนด์จาก อเล็กซ์ ลีค ของแอสตัน วิลล่า ให้ล้มบอลในปี 1905 หลังพ้นโทษแบนยาว ซึ่งเขายืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ เขาก็ย้ายไปเล่นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเดือนตุลาคม ปี 1906 พร้อมกับนักเตะทีมเรือใบสีฟ้าอีก 3 คนคือ จิมมี่ บันนิสเตอร์, เฮอร์เบิร์ต เบอร์เกสส์ และ แซนดี้ เทิร์นบูลล์ ที่ย้ายข้ามฟากมาด้วยกัน

เขาประเดิมสนามกับทีมปีศาจแดงในวันขึ้นปีใหม่ปี 1907 เมื่อพ้นโทษแบน เขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในปี 1908 ซึ่งถือเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกของสโมสรด้วย ก่อนจะมาได้อีกในปี 1911 รวมถึงแชมป์เอฟเอ คัพ ในปี 1909 เขาทำเกมอย่างว่องไวทางริมเส้น และมีการครอสบอลอันแม่นยำ ด้วยพรสวรรค์อันสุดยอดนี้ทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับความนิยมที่สุดในยุคของเขา

โอลด์ สกินนี่ คือฉายาของเขา ซึ่งมีที่มาจากรูปร่างอันผอมบาง เขามีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งคือการลงเล่นโดยคาบไม้จิ้มฟันเอาไว้ที่มุมปาก เขาอ้างว่ามันช่วยให้เขามีสมาธิมากขึ้น เมเรดิธมีเรื่องต้องขึ้นโรงขึ้นศาลอีกครั้งในฤดูกาล 1909-1910 เมื่อเอฟเอพยายามที่จะปราบกลุ่มสหภาพนักเตะที่เขาเป็นตัวตั้งตัวตีขึ้นมา โดยสั่งแบนเขา และนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลุ่มใหญ่ ทำให้ทุกคนกลายเป็นกลุ่มคนที่ถูกขับไล่อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เอฟเอจะแก้ไขคำสั่งนี้ในเวลาต่อมา ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ดีสำหรับพลังอำนาจของนักเตะ

สงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ทำให้ฟุตบอลต้องหยุดเตะกันไปพักใหญ่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อนักเตะหน้าใหม่หลายคนไม่ได้มีฝีเท้าเก่งกาจในระดับเดียวกับเขา เมเรดิธย้ายกลับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเป็นนักเตะและโค้ชในเดือนกรกฏาคม ปี 1921 หลังจากที่ลงเล่นให้กับทีมปีศาจแดงไป 335 นัด การเตะในระดับทีมชาตินัดสุดท้ายจากทั้งหมด 48 เกมของเขาคือการพบกับทีมชาติอังกฤษในเดือนมีนาคม ปี 1920 ซึ่งเขาลงเตะด้วยอายุถึง 45 ปี ส่วนเกมสุดท้ายในระดับสโมสรของเขานั้นเป็นการเจอกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในรอบรองชนะเลิศด้วยวัย 49 ปี

เขากลับมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้งในฐานะโค้ช ถือเป็นอีกคนที่มีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับทั้ง 2 สโมสรในเมืองแมนเชสเตอร์ตลอดชีวิตของเขา